เร่งฟื้น “กลุ่มยุวเกษตรกร” กู้วิกฤติแรงงานภาคเกษตร

จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2551, สุรัตน์ อัตตะ

การที่เยาวชนไทยมีแนวโน้มความสนใจในภาคเกษตรลดลง แต่กลับมุ่งเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและด้านบันเทิงมากขึ้นนั้น ส่งผลให้หลายฝ่ายเริ่มหวาดวิตกว่าอนาคตอาจเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้กรมส่งเสริมการเกษตร

จึงได้จัดทำ ยุทธศาสตร์การสร้างเกษตรกรกรคลื่นลูกใหม่และพัฒนายุวเกษตรกร ขึ้น เพื่อเป็นพลังสำคัญที่จะสานต่อการพัฒนาภาคการเกษตรไทยทดแทนเกษตรกรรุ่นเดิม 

 อภิชัย จึงประภา รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์ดังกล่าวว่าได้เริ่มพัฒนางานยุวเกษตรกรมาตั้งแต่ปี 2496 โดยจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนพรหมานุเคราะห์ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ขึ้นเป็นแห่งแรก จากนั้นได้ขยายผลการส่งเสริมและพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยขณะนี้มีการจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มยุวเกษตรกรแล้วทั้งสิ้น 5,285 กลุ่ม สมาชิกประมาณ 123,000 รายทั่วประเทศ

 “ปี 2551 นี้ได้เร่งปรับระบบการพัฒนายุวเกษตรกรเพื่อสร้างเกษตรคลื่นลูกใหม่ โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และส่งเสริมกระบวนการกลุ่ม พร้อมสร้างลักษณะการเป็นผู้นำและเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างกันด้วย และยังสนับสนุนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเกษตรและผู้นำเยาวชนเกษตรกับต่างประเทศ อาทิ การแลกเปลี่ยนเยาวชนเกษตรกับวิทยาลัยเกษตรกรรมโคอิบูจิ ประเทศญี่ปุ่น การแลกเปลี่ยนระหว่างไทย-เกาหลี ไทย-ฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรแลกเปลี่ยนระยะสั้น”

 รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เผยอีกว่าเบื้องต้นได้ตั้งเป้าว่า ยุวเกษตรกรและนักศึกษาเกษตรจะได้รับแรงจูงใจในการเป็นผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 1,000 ราย และคาดว่า เกษตรกรคลื่นลูกใหม่จะสามารถนำความรู้ไปปรับปรุงการผลิตในฟาร์มได้ 400 ราย กลุ่มยุวเกษตรกรได้รับการพัฒนาไม่น้อยกว่า 2,639 กลุ่ม และผู้นำยุวเกษตรกรมีศักยภาพเพิ่มขึ้นกว่า 1,280 ราย ซึ่งจะเป็นต้นแบบการทำเกษตรที่มีประสิทธิภาพในชุมชน และกลุ่มยุวเกษตรกรมีระบบบริหารจัดการที่ดียิ่งขึ้น” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าว

 ขณะที่ ด.ญ.พิมพ์ชนก สิทธิเลิศ หรือน้องลิลลี่ นักเรียนชั้น ป.5 อายุ 11 ขวบ ประธานกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนพรหมานุเคราะห์ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา หนึ่งในสมาชิกที่ร่วมสืบทอดและสานต่องานกลุ่มยุวเกษตรกรที่เก่าแก่ที่สุดของไทย กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 88 ราย ซึ่งทุกบ่ายวันศุกร์สมาชิกจะช่วยกันดำเนินกิจกรรม มี 6 ฐาน คือ ปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา ผลิตกระถางต้นไม้ ผลิตอิฐทางเท้า ผลิตอาหาร-ขนมและสมุนไพร และปลูกแก้วมังกร นอกจากสมาชิกจะได้ความรู้ด้านการเกษตรและมีทักษะอาชีพแล้ว ยังทำให้มีรายได้ระหว่างเรียนช่วยลดภาระพ่อแม่ และยังมีเงินออมด้วย

  “ที่ผ่านมามีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนเยาวชนเกษตรของญี่ปุ่น เกาหลี และฟิลิปปินส์ จึงอยากให้ภาครัฐสนับสนุนความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีทางการเกษตร หรือเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อใช้ในงานกลุ่มยุวเกษตรกรและควรส่งเสริมการศึกษาดูงานพัฒนาอาชีพด้วย” สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรคนเดิมกล่าว

 ด้าน ดร.ไรโยไฮ ฮาชิกาวา อาจารย์คณะธุรกิจเกษตร วิทยาลัยเกษตรกรรมโคอิบูจิ ประเทศญี่ปุ่น ยอมรับว่าญี่ปุ่นมีเกษตรกรประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งประมาณ 65% มีอายุมากกว่า 60 ปี และขณะนี้ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาเดียวกับไทย คือ ขาดแคลนแรงงานและเยาวชนให้ความสนใจในอาชีพเกษตรลดลง โดยพบว่า หลังจากนักเรียนจบไฮสคูลได้เข้าสู่ภาคเกษตรประมาณ 2,000 คนต่อปีเท่านั้น กลุ่มที่พ่อแม่ทำเกษตรอยู่เดิมมักไม่ค่อยสนใจอาชีพเกษตร แต่กลุ่มที่อยู่นอกภาคเกษตรกลับให้ความสนใจอาชีพนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: