“นาสาร-พรหมคีรี” เจอวิกฤติ ภูมิอากาศทำผลผลิตสะดุด

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551 จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน ออกสู่ท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเงาะ มังคุด ทุเรียน ลองกอง และอีกหลายชนิด

ทำให้มีผลกระทบต่อราคาและตลาดจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรที่ไม่สามารถระบายผลผลิตได้  แต่สำหรับปีนี้ไม่น่ามีปัญหาในเรื่องราคาผลผลิตตกต่ำ เนื่องจากผลไม้แต่ละชนิดให้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา

“ปีนี้ราคาไม่น่าห่วง เพราะผลผลิตมีน้อยกว่าทุกๆ ปี อาจจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากปีนี้ฤดูฝนมาเร็ว ซึ่งตรงกับช่วงที่ เงาะ มังคุด แตกยอดเพื่อออกดอก และเมื่อได้รับน้ำฝนดอกจะร่วงแล้วแตกยอดอ่อนทันที ทำให้ผลผลิตลดลง” สุขสันต์ ภู่วัฒนา ประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัด อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี แหล่งปลูกเงาะโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของประเทศให้ความเห็นถึงสถานการณ์ผลไม้ในพื้นที่ อ.นาสาร ซึ่งมีปัญหาในเรื่องราคาผลผลิตเกือบทุกปีที่ผ่านมา

สุขสันต์ กล่าวต่อว่าแนวโน้มผลผลิตผลไม้ของ จ.สุราษฎร์ธานีในปี 2551 ได้ทยอยออกมาหลายรุ่นแล้ว และมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อนมาก ซึ่งจากตัวเลขประมาณการผลผลิตออกสู่ตลาดในปี 2551 เงาะโรงเรียนอยู่ที่ 33,473 ตัน มังคุด 4,581 ตัน และลองกอง 6,089 ตัน ลดลงจากปีก่อนประมาณ 40%

“ในปี 2550 ที่ผ่านมา สหกรณ์การเกษตรนาสารสามารถรวบรวมผลไม้ ทั้งเงาะ มังคุด ทุเรียน จากสมาชิกได้ปริมาณ 2,667.82 ตัน มูลค่า 28.75 ล้านบาท และในปีนี้สหกรณ์ได้เริ่มรวบรวมผลไม้จากสมาชิกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมไปแล้วกว่า 771.29 ตัน มูลค่า 10.69 ล้านบาท” ประธานสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร จำกัดเผย

ในส่วนการตลาดนั้น เขาระบุว่าปีที่ผ่านมาสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสารได้มีการทำข้อตกลงเจรจาการค้าผลไม้กับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ เทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร คาร์ฟูร์ รวมถึงบริษัทส่งออกผลไม้  ตลอดจนพ่อค้าในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อให้การกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ไม่เพียงแต่ จ.สุราษฎร์ธานีเท่านั้นที่ผลไม้ให้ผลผลิตในปริมาณที่ลดลงจากปีก่อน แม้กระทั่งในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แหล่งปลูกมังคุดชื่อดังของภาคใต้ยังให้ผลผลิตลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะที่ อ.พรหมคีรี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกมังคุดมากที่สุดของจังหวัดและมีปัญหาในเรื่องราคาตกต่ำทุกปี แต่ปีนี้กลับไม่มีให้เห็น

วัฒนไชย บุญชูวงศ์ สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า อ.พรหมคีรี ถือเป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่สำคัญของจังหวัด โดยเฉพาะมังคุดจะปลูกมากที่สุดและมีปัญหาในเรื่องผลไม้ราคาตกต่ำทุกปี แต่ปีนี้กลับมีผลผลิตออกมาน้อยมาก น่าจะมีสาเหตุมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป

“ปัญหาที่มังคุดให้ผลผลิตน้อยในปีนี้ก็เพราะในช่วงที่มังคุดกำลังออกดอก ฝนตกบ่อยมาก ทำให้ดอกร่วง อีกประการหนึ่งจะต้องทำให้โคนต้นแห้ง ถ้าเปียกจะไม่ออกผล มังคุดไม่เหมือนไม้ผลชนิดอื่น ภูมิอากาศมีส่วนสำคัญมากในเรื่องการให้ผลผลิตของมังคุด” สหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าว

สำหรับราคาผลไม้ปีนี้ ดีกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยราคาที่สหกรณ์รับซื้อจากสวนนั้น เงาะโรงเรียนอยู่ที่ 10-15 บาทต่อกิโลกรัม มังคุด 18-20 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนลองกองอยู่ที่ 25-30 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าปีก่อนเกือบเท่าตัว แม้จะไม่สูงมาก แต่เป็นราคาที่ชาวสวนพออยู่ได้

สุรัตน์ อัตตะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: