ปลูกป่าชายเลน-ลุยฟาร์มหอย ค่ำคืนเสวนาเล่าตำนานคลองโคน

วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551 จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตลอดแนวยาวสองฟากฝั่งของคลองช่องที่ทอดยาวขนานคู่กับคลองโคน ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของแม่น้ำแม่กลองนั้น จะเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวประมงชายฝั่ง หรือชาวประมงพื้นบ้านที่ปักหลักหากินอยู่กับทะเลโดยการจับสัตว์น้ำ

ไม่ว่าจะเป็นการจับปลาดุทะเลตามลำคลอง การจับปูทะเล ปูแสมตัวใหญ่ๆ ที่อาศัยตามแนวป่าชายเลน การตักปลากระบอกในยามค่ำคืน ตลอดการจับกุ้ง ปู ปลา นอกชายฝั่งมาขายและมาแปรรูปยาวนานหลายชั่วอายุคน และที่มีชื่อเสียงเรียงนามของชุมชนแห่งนี้คือกะปิคลองโคนนั่นเอง

ปัจจุบันคลองช่องและคลองคงไม่แตกต่างไปจากพื้นที่อื่นของประเทศไทย นั่นคือสภาพแวดล้อมถูกทำลาย สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ผู้คนในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ทรัพยกรธรรมชาติ รวมถึงสัตว์น้ำที่ชาวบ้านจับมาขายเริ่มน้อยลง ทำให้ชาวคลองช่องหารายด้วยวิธีการใหม่ขึ้นมา ที่เป็นรูปธรรมคือการเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ และหอยนางรม

ล่าสุดเมื่อ 2 เดือนก่อน ชาวคลองช่อง ต.คลองโคน รวมตัวขึ้นมาปรับปรุงบ้านที่อาศัยเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบของโฮมสเตย์ในนามกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนเรือนริมเลโฮมสเตย์” โดยมีสมาชิก 14 หลังคาเรือน และมี สุภาพ พุ่มไทร ชาวประมงชายฝั่ง วัย 39 ปี เป็นประธาน การรวมตัวครั้งนี้พวกเขาบอกว่า อย่างน้อยเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน หลังจากที่รายได้จากการจับสัตว์น้ำหดหายไป

สุภาพ ย้อนถึงวิถีชีวิตของชาวคลองช่องและคลองโคนว่า เดิมทีทรัพยากรน้ำบริเวณปากแม่น้ำแม่กลองสมบูรณ์มาก ชาวบ้านหามาขายไม่มีคนยากจน ตอนนี้แม้ว่าชาวบ้านยังพอที่จะหากุ้ง ปู ปลาได้อยู่บ้าง แต่คนในหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น อาชีพจับสัตว์ต้องแย่งกันหา และที่สำคัญราคาน้ำมันแพงเกินไป ไม่คุ้มกับการที่จะออกหาปลา พวกเขาจึงมองว่า ถ้าไม่หางานอื่นสำรองจะลำบากแน่นอน  แต่ก็ยังโชคดีที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งหันมาเลี้ยงหอย ถ้าไม่มีน้ำเสีย ก็พอมีกำไรอยู่บ้าง อย่างของตนเองมีฟาร์มหอยถึง 3 แปลง แปลงละ 15 ไร่ เลี้ยงหอยแครงกับหอยแมลงภู่อย่างละครึ่ง สิ้นปีเก็บหอยขายก็พอมีกำไรเลี้ยงครอบครัว เพราะการเลี้ยงหอยลงทุนครั้งเดียว จากนั้นปล่อยให้กินเองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องดูแลมาก

เขาบอกถึงการลงทุนเลี้ยงหอยว่า หอยแครงพื้นที่ 1 ไร่ ลงทุนซื้อลูกหอยมาปล่อยไร่ละ 200 กก.เป็นเงิน 2 หมื่นบาท เลี้ยงได้ 1 ปี หอยโตขึ้นมีลูกมีหลานก็จะได้ 3,000 กก. เป็นหอยใหญ่ ขายกิโลกรัม 20 บาท มีรายได้ไร่ละ 6 หมื่นบาท อย่างน้อยก็ 4 หมื่นบาท ส่วนหอยแมลงภู่ลงทุนไร่ละราว 1.5 หมื่นบาท กำไรราว 30% ขณะที่หอยนางรมจะได้กำไรอย่างน้อย 50% โดยจะมีพ่อค้าจากที่ต่างๆ รวมถึงมาจาก จ.ชลบุรีมาซื้อถึงที่

“ผมมองว่าทุกวันนี้การท่องเที่ยวในบ้านเรามีการเปลี่ยนแปลงมาก คนนิยมหันมาเที่ยวเชิงอนุรักษ์และท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากขึ้น จะเห็นได้ว่าใน จ.สมุทรสาคร โดยเฉพาะแถวอัมพวา บางคนที มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามาก ชาวบ้านปรับบ้านมาเป็นโฮมสเตย์ เราคิดว่าที่คลองช่อง คลองโคนก็น่าจะทำได้ และเรามีจุดขายชัดเจนกว่าด้วย” สุภาพ กล่าวอย่างมั่นใจ

หลังจากที่ตกลงกันแล้ว เขาและเพื่อนบ้านจึงไปจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมขึ้นเพื่อดำเนินกิจการด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ผสมผสานกับท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร คือจัดโปรแกรมท่องเที่ยวพร้อมที่พัก ชูจุดขายคือรวมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บริเวณปากคลองช่อง จากนั้นนั่งเรือชมและศึกษาวิธีการเลี้ยงหอยชนิดต่างๆ ซึ่งระหว่างนั้นสามารถลงทะเลไปงมหอย เพื่อนำมาเป็นอาหารมื้อค่ำได้ โดยอาหารมื้อค่ำจะเน้นของสดจากทะเลที่หาได้ในท้องถิ่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปลากระบอก ปูทะเล ปลาดุกทะเล ปลากะพง หอยแครง หอยแมลงภู่ หอยนางรม ที่ขาดไม่ได้คือน้ำพริกกะปิคลองโคน ปลาทูแม่กลอง (คอหัก) เป็นต้น

กลางคืนมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ ออกปากอ่าวไปช้อนปลากระบอก ดักปลาดุกทะเล หรือตกปลาหน้าโฮมสเตย์ พอรุ่งขึ้นหลังอาหารเช้าข้าวต้มทะเล กาแฟ ล่องเรือชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน ชมทัศนียภาพของธรรมชาติป่าชายเลนอันสวยงามที่เต็มไปด้วยลิงแสม เป็นต้น แล้วขึ้นฝั่งหาซื้อของฝาก อาทิ กะปิคลองโคน ปลากระบอก และอื่นๆ สนใจสอบถามได้ที่คุณสุภาพ โทร.0-3473-1044 หรือ 08-9932-7193

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังไม่มีกลุ่มและต้องการไปหากลุ่มเอาดาบหน้าเพื่อร่วมกิจกรรมนี้ ศูนย์ทัศนศึกษาฯ กำหนดจัดโครงการ “ทัศนศึกษาปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ-ลดภาวะร้อน” ขึ้นในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2551 นอกจากกิจกรรมภาคกลางวัน ที่พาเยี่ยมชมศูนย์ผลิตและจำหน่ายเบญจรงค์ “ปิ่นสุวรรณเบญจรงค์” ชมตลาดน้ำอัมพวา อุทยาน ร.2 (บ้านเรือนไทยย้อนยุค) ปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ อิ่มอร่อยกับอาหารหลากเมนูแล้ว ยามค่ำคืนจะมีการเสวนาหัวข้อ “เล่าขานตำนานคลองโคน” สลับความเพลิดเพลินเสียงดนตรีโฟล์กซอง จากศิลปินแนวเพลงเพื่อชีวิตหลายคน สนใจสอบถามที่ศูนย์ทัศนศึกษาฯ โทร.0-2517-7265-6

ดลมนัส กาเจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: