เลี้ยง’โคพื้นเมือง’แก้วิกฤติพลังงาน

วันที่ 22 กันยายน 2551จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เกษตรทั่วไทย : เลี้ยง ‘โคพื้นเมือง’ แก้วิกฤติพลังงาน-เพิ่มรายได้เกษตรกร
“ข้าพเจ้าเป็นทุกข์แทนชาวนาไทย ซึ่งก็ยังยากจน เพราะว่านอกจากน้ำมันแพงแล้ว ปุ๋ยก็ยังแพงมากอีกด้วย ข้าวของทุกอย่างพากันขึ้นตามราคาน้ำมันไปหมด อันนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เวลาท่านทอดพระเนตรเห็น อย่างไปทรงเยี่ยมตามจังหวัดต่าง ๆ เห็นประชาชนเลิกใช้ควายไถนา มาใช้รถ นัยว่าสมัยใหม่กว่า ใช้รถไถนา ควายก็กลายเป็นไม่มีค่าอะไร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งบอก นี่ ต่อไปถ้าน้ำมันแพงขึ้น ๆ นี่ ชาวนาเหล่านี้จะทำยังไง ได้ทิ้งควายไปแล้ว เพราะควายตัวนี้ก็ต้อง มาฝึก ฝึกกันใหญ่ เข้าโรงเรียนฝึกหัดไถนา (ทรงพระสรวล) เพราะถูกทอดทิ้งไปตั้งหลายปี จะ ไถนาไม่เป็นตอนนี้ สู้น้ำมันไม่ไหว แล้วน้ำมัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่ง ก็ไม่มีวันที่จะลงหรอก” พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2551
จากพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระ นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ข้างต้นนี้ ทำให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ได้ดำเนินโครงการหลายโครงการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการสานต่อโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อ เกษตรกรตามพระราชดำริ (ธคก.) หรือโครงการการเลี้ยงโคพื้นเมืองช่วยลดการใช้น้ำมัน ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ภายใต้การผลิตตามระบบเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกษตรกรสามารถผ่านพ้นวิกฤติน้ำมันแพงไปได้

นายสัตวแพทย์ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า สมัยโบราณเกษตรกรไทยทำการเกษตรโดยอาศัยแรงงานจากโคในไร่นา หรือใช้เพื่อเทียมเกวียน เป็นพาหนะขนผลผลิตต่าง ๆ และในปัจจุบันวิถีชีวิตดั้งเดิมเหล่านั้น กำลังจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง เพื่อลดการใช้พลังงานต่าง ๆ เช่น น้ำมัน และเครื่องจักรกล ตลอดจนสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นการผลิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

“โครงการดังกล่าว ได้ดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ของเกษตรกรเครือข่าย อ.เวียงสา จ.น่าน และเกษตรกรเครือข่าย อ.สอง จ.น่าน โดยเกษตร กรได้เลี้ยงโคพื้นเมือง และลูกผสมพื้นเมืองฟาร์มละ 4 ตัว ผสมผสานกับการปลูกพืช เช่น ปลูกข้าวโพด ทำนา สวนผลไม้ โดยใช้สิ่งเหลือใช้จากการปลูกพืช และหญ้าสดจากทุ่งหญ้าธรรม ชาติ เป็นอาหารของโคพื้นเมือง ตลอดจนใช้มูลโคเป็นปุ๋ยชีวภาพ บำรุงดินตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

ด้าน นายประทีป อินแสง เกษตรกรเครือข่ายโคพื้นเมือง อ.เวียงสา จ.น่าน เล่าให้ฟังว่า เคยรับราชการครูสังกัดกรมสามัญฯ แต่ได้ลาออกมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยยึดหลักเศรษกิจพอเพียง ทำนา 5 ไร่ และทำการเกษตรอื่น ๆ อีก 5 ไร่เลี้ยงโคพื้นเมือง และโคลูกผสมพื้นเมือง 4 ตัว ใช้เป็นแรงงาน 2 ตัว และสามารถขายลูกโคได้ปีละ 2 ตัว ราคาตัวละ 4,500 บาท นอกจากนี้ ยังใช้แรงงานโคในการทำนาและการขนส่งต่าง ๆ ทุกเดือน ทำให้สามารถลดต้นทุน ในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ปีละ 6,533 บาท

ขณะที่ นายประชัน ศรีปัญญา เกษตรกรเครือข่ายโคพื้นเมือง ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ บอกว่า ได้เลี้ยงโคพื้นเมืองและ โคลูกผสมพื้นเมือง 4 ตัว โดยใช้เป็นแรงงานในการทำนา 2 ตัว และใช้ปุ๋ยจากมูลโคในการเกษตรอื่น ๆ อีกทั้งยังสามารถขายลูกโคได้ปีละ 2 ตัว ราคาตัวละ 12,250 บาท นอกจากนี้ ยังใช้แรงงานโคในการขนส่งต่าง ๆ ทุกเดือน ช่วยประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปีละ 6,047 บาท

นับว่า การเลี้ยงโคพื้นเมือง เป็นอีกทางเลือกและทางรอดอีกทางหนึ่งของเกษตรกรไทยในยุคน้ำมันแพงเช่นนี้.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: