เยือนสวนผลไม้อินทรีย์เมืองจันทบุรี

วันที่ 20 ตุลาคม 2551 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ทำเกษตรอินทรีย์ 100% ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น

…แดนแห่งความสามัคคี เกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า ชาวประชามีน้ำใจ ตำบลใหญ่ 17 หมู่ พระยอดธงคู่ที่ทำการเจดียสถานเขาน้อย เมืองเรียบร้อยน่าอยู่ คนเชิดชูคุณธรรม…นี่คือ  คำขวัญของ ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี    ทั้งนี้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ของที่นี่เขามี  อาชีพทำสวน โดยเฉพาะมุ่งมั่นในการทำสวนไม้ผลอินทรีย์ เพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้างต่อผู้ใช้ ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

วันนี้จะพาไปรู้จักกับเกษตรกรดีเด่นของ จังหวัดจันทบุรี คือ นายคำนึง ชนะสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 12 บ้านชำปลาไหล ที่เขาเคย ทำเกษตรด้วยสารเคมีก่อนจะหันมาทำการเกษตรอินทรีย์ เขาเล่าให้ฟังถึงเกษตรกรในพื้นที่ ดังนี้…..

เดิมเกษตรกรในพื้นที่มีการใช้สารเคมีอย่างมากตลอดมา เพื่อรักษาไว้ให้ได้ซึ่งผลผลิตจำนวนมาก กำไรดี จนถึงจุดหนึ่งที่ยิ่งใช้สารเคมี ผลผลิตก็เริ่มลดลงขายผลผลิตได้ทุนคืนเพียงครึ่งเดียว จึงเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่การผลิตในระบบการทำเกษตรอินทรีย์ ในส่วนตัวเองมีพื้นที่ 30 ไร่ ปลูกทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ยึดการใช้สารเคมีมาตั้งแต่ปี 2520 เพราะต้องการให้ได้ผลผลิตมาก ๆ จนกระทั่งได้เดินทางไปประเทศจีนในปี 2535 เพื่อดูงานโรงงานผลิตสารเคมีทางการเกษตร แล้วได้ไปเห็นเกษตรกรในประเทศจีนไม่ใช้สารเคมีในการปลูกพืชเลย ใช้เพียงปุ๋ยหมักทำจากฟางข้าว มูลวัว ส่าเหล้าและผลไม้หมักใส่ในสวนแบบผสมผสาน ทั้ง ๆ ที่จีนเป็นผู้ผลิตปุ๋ยและสารเคมีเอง

จากนั้นมาก็มีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะหยุดใช้สารเคมีแล้วหันมาทำเกษตร อินทรีย์ ซึ่ง ในช่วงปีแรกได้เริ่มต้นใช้กับทุเรียนในพื้นที่ 1 ไร่ก่อน แต่ปรากฏว่าเมื่อต้นทุเรียนไม่ได้รับสารเคมีจึงเริ่มมีอาการขาดธาตุอาหาร ตนจึงใช้ปุ๋ยหมักแทนได้ผลดีขึ้น ทุเรียนเจริญเติบโตดีทำให้มีกำลังใจแล้วขยายผลไปสู่ไม้ผลอื่น จนกระทั่งประสบความสำเร็จทำสวนเกษตรอินทรีย์แบบ 100% ภายในปี 2538

“ปุ๋ยเคมีสูตรไหนก็สู้ปุ๋ยอินทรีย์สูตรสมบูรณ์ไม่ได้ เป็นปุ๋ยที่ไม่แรงแต่ทำให้ต้นไม้มีผลผลิตที่ยาวนาน ถ้าเราดูแลดินให้ดีมีความอุดมสมบูรณ์ ต้นจะแข็งแรงไม่มีโรคแมลงมารบกวน” นายคำนึง กล่าวสรุปข้อดีของปุ๋ยอินทรีย์อย่างชัดเจน

นอกจากนี้สวนแห่งนี้ยังปลูกพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดไว้โคนต้นไม้ผล เช่น หน่อแดง กระวาน ว่านสาวหลง เตยหอม ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม สาบเสือ เพื่อขับไล่แมลงศัตรูพืชแถมยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุใต้ต้นควบคุมความชื้นใน ดินด้วย ทุกวันนี้รายได้ของสวนผลไม้อินทรีย์แห่งนี้ถึงจะมีปริมาณผลผลิตใกล้เคียงกับ สวนที่ใช้สารเคมี แต่เมื่อเปรียบเทียบถึงต้นทุนการผลิตแล้วล่ะก็สวน    ไม้ผลอินทรีย์มีต้นทุนถูกกว่าสวนเคมีมากกว่าครึ่ง เพราะไม่ต้องลงทุนค่าปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งลดค่าแรงงานฉีดพ่นยาด้วย ที่สำคัญราคาจำหน่ายผลผลิตจะได้สูงกว่าปกติ 2-4 บาทต่อกิโลกรัม

นายคำนึง เล่าต่ออีกว่า ทุเรียนที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์จะมีผิวสวย หนามสวย น้ำหนักดี เมื่อสุกได้ที่เนื้อทุเรียนจะมีสีเหลือง หวาน กรอบนุ่ม เนื้อเหนียวสุกทั่วถึงพร้อมกันทุกพู ผลผลิต 1 ตัน จะมีหนอนชอนเปลือกทำลายผลผลิตเพียง 10 กก. แต่ถ้าเป็นการใช้สารเคมีจะพบแมลงทำลายมากถึง 200 กก. สำหรับลองกองจะมีรสหวาน กลมกล่อม ผลไม่แตก

นายคำนึง ชนะสิทธิ์ ฝากข้อคิดให้ผู้มีใจมุ่งมั่นในการทำเกษตรอินทรีย์ว่า การทำเกษตรอินทรีย์ทำได้จริงเป็นเรื่องที่ปฏิบัติมาแล้ว ทำแล้วดีจริงหรือไม่ต้องลองทำดูเอา ซึ่งการลงทุนทำนี้ต้องลงทุนด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จไม่ต้องใช้ เงินลงทุนสูงแต่ได้ผลระยะยาว…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: