‘ขยะยิ้ม’ แปลงเศษอาหารเป็นปุ๋ยชีวภาพ

วันที่ 13 มกราคม 2552 จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สานสัมพันธ์ ‘คนเมือง’ กับ ‘เกษตรกร’

ปัญหาการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะ ที่มาพร้อมกับการขยายตัวของชุมชนเมืองได้ส่งผลกระทบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่สำคัญยังสร้างปัญหา  ให้กับหน่วยงานภาครัฐต้องสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมหาศาลในการกำจัด ไม่ว่าจะฝังกลบหรือเผาทำลาย ก็ล้วนแต่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทั้งสิ้น ยิ่งไปกว่านั้นยังก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมอย่างกรณีการประท้วงสถานที่ทิ้งขยะที่ส่งผลกระทบ  ต่อชุมชน

สุรินทร์ ก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ประสบปัญหาเรื่องปริมาณขยะเหมือนกับเมืองอื่น ๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ปัญหาสำคัญที่ตามมาคือ การเก็บและกำจัด โดยเฉพาะเศษอาหาร ผัก ผลไม้ ที่ถูกทิ้งรวมกับขยะชนิดอื่น ๆ ทำให้เกิดการหมัก หมมส่งกลิ่นเหม็นเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค เกิดสารปนเปื้อน ก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนในทุก ๆ ด้าน

โครงการเสริมประสิทธิภาพเกษตรกรสุรินทร์ หรือ คสป. ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานส่งเสริม การทำเกษตรอินทรีย์ มากว่า 15 ปี ได้มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและพบว่าขยะเปียกอย่างเศษอาหาร ผัก ผลไม้ สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำหมักชีวภาพเพื่อนำไปใช้ในภาคการเกษตรได้ จึงได้เริ่มดำเนินงาน “โครงการขยะยิ้ม”โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อร่วมกันจัดการปัญหาขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคในเมืองและเกษตรกรผู้ผลิตในชนบท

นางธัญญา แสงอุบล ผู้ประสานงาน คสป. เล่าว่าโครงการขยะยิ้มเกิดขึ้นมาจากการเข้าไปส่งเสริมเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับชาวบ้านแล้วพบว่าเกษตรกรมักประสบปัญหามีวัตถุดิบในท้องถิ่นไม่เพียงพอที่จะทำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพไว้ใช้ได้ตลอด ในขณะเดียวกันก็พบว่าในเทศบาลเมืองแต่ละวันจะมีขยะเฉลี่ยประมาณ 50 ตันต่อวัน ในจำนวนนี้เป็นขยะสดหรือขยะเปียกที่สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้มากถึงร้อยละ 60

“เราพบว่าปัญหาของคนเมืองคือหาที่ทิ้งขยะสดไม่ได้ ส่วนเกษตรกรคือไม่มีวัตถุดิบในการทำปุ๋ย เราจึงได้ทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อสร้างให้เกิดวงจรระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 90 ครอบครัวในเขตเทศบาล และมีเกษตรกรที่ร่วมโครงการ 50 ครอบครัว” นางธัญญากล่าว

โครงการขยะยิ้มเปิดรับสมัครสมาชิกจากประชาชนที่มาเลือกซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ตลาดสีเขียว บริเวณสวนรักษ์ของเทศบาลเมืองสุรินทร์ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 โดยได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจำนวนมากที่ต้องการมีส่วนร่วมในการลดปัญหาปริมาณขยะ และยังได้มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกรที่ผลิตสินค้าปลอดสารพิษให้มีปุ๋ยชีวภาพไว้ใช้ โดยสมาชิกจะได้รับแจกถังเก็บขยะสดขนาด 10 ลิตร พร้อมกากน้ำตาล เพื่อใช้เก็บขยะจำพวกเศษอาหาร ผักและผลไม้ โดยจะต้องโรยกากน้ำตาลวันละ 1 ครั้งเพื่อหมักขยะไว้

ทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ เจ้าหน้าที่ของโครงการขยะยิ้ม จะขับรถเข้าไปขอเก็บขยะเศษอาหารจากบ้านของสมาชิกที่ผ่านการหมักด้วยกากน้ำตาลแล้ว นำมารวมกันยังที่ทำการฯ เพื่อหมักต่ออีกประมาณ 1 เดือน แล้วจึงนำออกไปส่งให้กับสมาชิกที่เป็นเกษตรกร ซึ่งในแต่ละครั้งที่ออกไปเก็บจะได้ขยะประมาณ 1,000 กิโลกรัม ใน 1 เดือนเก็บได้ 8 วันซึ่งเท่ากับว่าโครงการนี้ก็มีส่วนช่วยลดขยะให้กับเทศบาลได้ถึงเดือนละ 8,000 กิโลกรัม แต่จำนวนนี้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ซึ่งปัญหาส่วนหนึ่งมาจากกำลังคนของคณะทำงานซึ่งมีเพียง 2 คน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในด้านวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ยังไม่เพียงพอ

นางมาลี เหลืองภัทรรักษ์ สมาชิกตลาดสีเขียวที่เข้าร่วมโครงการฯ บอกว่า ปัญหาในเทศบาลก็คือขยะไม่มีที่ทิ้ง บางครั้งก็เต็มจนล้น ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและปัญหาต่าง ๆ มากมาย พอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็ทำให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการลดขยะ ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับเทศบาล ลดมลพิษ ซึ่งขยะเหล่านี้ก็จะเอาไปทำเป็นปุ๋ยให้กับเกษตรกรต่อไป

นางฉลอม จบหล้า เกษตรกรจากบ้านลำดวน ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เล่าว่าตนเองมีอาชีพหลักคือทำนาปลูกข้าว และทำสวนปลูกกล้วย มะพร้าวน้ำหอม ผักพื้นบ้าน แบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารเคมีทั้งหมดโดยเข้าร่วมกับโครงการ คสป.มานานกว่า 8 ปีแล้ว

“ปกติจะสั่งปุ๋ยครั้งละ 5-6 ถัง โดยปุ๋ยที่ได้มาจะนำไปใช้ในการหมักดินเพื่อเตรียมการเพาะปลูกพืชต่าง ๆ ได้ทุกชนิดทั้งนาข้าว ไม้ผล และผัก อีกส่วนหนึ่งก็จะเอาไปหมักเป็นน้ำสกัดชีวภาพหรือปุ๋ยน้ำเพื่อไปใช้รดพืชผักผลไม้ การใช้ปุ๋ยหมัก  ทำให้ดินดี ดินร่วน ผลผลิต ก็ดีกว่าเดิมเพราะเมื่อดินดีมีแร่ธาตุในดินเยอะ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก สุขภาพก็ดีขึ้นและปลอดภัยจากสารเคมีต่าง ๆ” นางฉลอมกล่าว

โครงการขยะยิ้มเป็นการสร้างให้เกิดความสมดุลระหว่างวัฏจักรของการผลิตและการบริโภค เป็นการนำขยะที่เหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ อีกครั้ง เพราะของเสียที่ได้จากการบริโภคก็จะถูกหมุนเวียนกลับเข้ามาสู่ระบบการผลิต ที่ลึกซึ้งมากไปกว่านั้นคือเกิดการเชื่อมโยงระหว่างเมืองและภาค การเกษตร จากเดิมที่ต่างฝ่ายต่างไม่สนใจซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดมิติของการพึ่งพาอาศัยกันและกัน ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นรากฐานทางวัฒนธรรมไทยใน อดีตให้กลับคืนมาอีกครั้ง…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: