เกษตรเพื่ออาหารกลางวันพื้นฐานสู่วิถีศก.พอเพียง

1 เม.ย. 52 จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหัวเรือใหญ่ดำเนิน โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ซึ่งก็ได้ขับเคลื่อนงานมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2535

เป้าหมายมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กนักเรียน ครู และครอบครัวที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารร่วมกันทำการเกษตรในโรงเรียนแล้ว นำผลผลิตมาประกอบเป็นอาหารกลางวัน ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้งยังมุ่งพัฒนาทักษะด้านการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตการเกษตรเพื่อใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพได้ในอนาคต และมุ่งให้เป็นจุดถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรสู่ชุมชนด้วย

นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันว่า….ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้ขยายผลโครงการฯไปสู่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารแล้วทั้งสิ้น 615 โรงเรียน ในพื้นที่ 44 จังหวัด แยกเป็น โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 194 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 158 โรงเรียน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง249 โรงเรียน และโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม 14 โรงเรียน

ในปี 2552 นี้ กรมฯมีแผนเร่งขยายผลเพิ่มเติมอีกโดยมีเป้าหมาย จำนวน 648 โรงเรียน ใน 47 จังหวัด เบื้องต้นได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อพันธุ์พืช วัสดุอุปกรณ์การเกษตรให้แก่โรงเรียนในโครงการฯ รวมทั้งเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้โดยจัดฝึกอบรมครู จำนวน 800 ราย เพื่อพัฒนาความรู้เรื่องการเกษตรแบบยั่งยืน…

โดยจัดทำแปลง ปลูกพืชผัก ไม้ผล เห็ด และถั่วเมล็ดแห้ง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการถนอมและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ทั้งยังส่งเสริมให้มีการเรียนรู้แบบประยุกต์ใช้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกรในกลุ่มยุวเกษตรกรจำนวน 371 โรงเรียน และพัฒนาอาชีพเกษตรกรในหมู่บ้านที่โรงเรียน ตชด. ตั้งอยู่ จำนวน 192 หมู่บ้าน จัดตั้ง ศูนย์ส่งเสริมการผลิตกล้าพันธุ์ ไม้ผล-ผักพืชบ้าน และ สมุนไพร จำนวน 18 ศูนย์ เพื่อสนับสนุนให้นำไปใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวด้วยว่า ปีที่ผ่านมาได้นำร่องให้ กลุ่มยุวเกษตรกร โรงเรียน ตชด.ตะโกปิดทอง บ้านตะโกบน หมู่ 8 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ได้เรียน รู้แบบประยุกต์โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการ จัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจซึ่งทำให้ยุวเกษตรกรได้เรียนรู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและวิเคราะห์ปัญหา ตั้งแต่สำรวจแปลงติดตามสถานการณ์ตัดสินใจเลือกวิธีควบคุมศัตรูพืชที่เหมาะ สมด้วยตนเอง

อีกทั้งยังนำข้อมูลมาวางแผน จัดการผลิตผักและป้องกันศัตรูพืชได้ อย่างถูกต้อง สามารถช่วยรักษาพืชผลการเกษตรไม่ให้ได้รับความเสียหาย ลดปริมาณการใช้สารเคมี ลดต้นทุนการผลิตและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งปีนี้มีแผนเร่งขยายผลการดำเนินงานไปสู่ในโรงเรียน ตชด.ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรี รวม 12 แห่งและโรงเรียน ตชด.ในพื้นที่ภาคใต้ อีกด้วย

นอกเหนือจากอาชีพการเกษตรแล้ว ยังมีการฝึกพื้นฐานอาชีพอื่นๆ อาทิ การประกอบอาหาร การแปรรูปถนอมอาหาร การเพาะขยายพันธุ์ไม้พันธุ์สัตว์ ศิลปหัตถกรรม ตัดเย็บเสื้อผ้า ก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า และงานซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในครัวเรือน ซึ่งจะเป็นความรู้ในอนาคต

…อันจะเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้เกิดความสุขตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง…!!!

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: